โครงการแทรกแซงทำพิษเกษตรแห่ปลูกมันผลผลิตพุ่งพรวด25ล้านตัน
คณะสำรวจ 4 สมาคมสรุปปีนี้มีหัวมันสดออกสู่ตลาดถึง 25.28 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 2,700,000 ตัน หวั่นทำราคาตกหนัก เร่งรัฐบาลจี้ให้โรงงานเอทานอลที่ใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบเดินเครื่องเร็วขึ้น พร้อมหาทางทำอย่างไร จะให้เกษตรกรชะลอการขุดหัวมันสดลง ไม่ให้ผลผลิตออกสู่ตลาดจนเกินกว่ากำลังผลิตลานมัน/โรงแป้ง
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานผลการสำรวจผลผลิตและการค้ามันสำปะหลังในฤดูการผลิตปี 2549/50 ของคณะสำรวจ 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย-สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย และสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย สรุปในปี 2549/50 จะมีผลผลิตมันสำปะหลังทั้งหมด 25,287,820 ตัน หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2548/49 ร้อยละ 11.97 จากที่มีผลผลิต 22,584,402 ตัน
โดยคณะสำรวจได้ออกสำรวจพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังในภาคเหนือ-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคกลาง รวม 37 จังหวัด พบว่าภาคเหนือมีพื้นที่เก็บเกี่ยว 1,034,013 ไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.36 ให้ผลผลิตรวม 3,699,022 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.29 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่เก็บเกี่ยว 3,915,881 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.33 ให้ผลผลิตรวม 13,590,068 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.83 และภาคกลาง มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 2,181,440 ไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.25 ให้ผลผลิตรวม 7,998,730 ตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.73 (ตารางประกอบ)
สาเหตุที่ผลผลิตมันสำปะหลังในปีนี้เพิ่มขึ้น เป็นเพราะราคาหัวมันสดในปีที่ผ่านมาจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูก โดยปลูกทดแทนอ้อยและข้าวโพด ส่วนผลผลิตต่อไร่ที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นเพราะดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของหัวมัน ประกอบกับเกษตรกรดูแลมันสำปะหลังดีขึ้น
เป็นที่น่าสังเกตว่าจังหวัดที่มีผลผลิต มันสำปะหลังสูงสุดประกอบไปด้วย นครราชสีมา 6,555,619 ตัน (เพิ่มขึ้น 14.91%), กำแพงเพชร 1,438,693 ตัน (7.69%), สระแก้ว 1,385,255 ตัน (3.07%), ชัยภูมิ 1,206,191 ตัน (6.12%), ฉะเชิงเทรา 1,139,814 ตัน (10.82%), ชลบุรี 1,102,725 ตัน (13.65%) และกาฬสินธุ์ 1,074,734 ตัน (2.31%)
สำหรับปัญหาที่คณะสำรวจพบแบ่งเป็น 2 ด้าน คือด้านวัตถุดิบ เกษตรกรยังมีความต้องการพันธุ์มันที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่, หัวมันสดออกสู่ตลาดไม่สม่ำเสมอ ทำให้ราคาหัวมันไม่มีเสถียร ภาพ และโครงการแทรกแซงราคามันสำปะหลังของรัฐ ทำให้เกษตรกรเลิกปลูกพืชอื่น หันมาขยายพื้นที่ปลูกมันเพิ่มขึ้น แทนที่จะพัฒนาผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น ด้านต้นทุนการผลิตพบว่า ค่าขนส่งสูงขึ้น เนื่องมาจากราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้คณะสำรวจได้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลดังต่อไปนี้ 1) รัฐบาลควรส่งเสริมให้โรงงานผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลังเริ่มดำเนินการผลิตโดยเร็ว เพื่อรองรับหัวมันสดภายในประเทศที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น 2) ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าสู่ข้อมูลข่าวสารภาวะราคาหัวมันสด เพื่อไม่ให้เกษตรกรเร่งขุดหัวมันจนทำให้มีปริมาณหัวมันสดออกสู่ตลาดพร้อมๆ กันจนเกินความ ต้องการของกำลังผลิต 3) การดำเนินโครงการแทรกแซงราคาหัวมันของรัฐจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่บิดเบือนกลไกตลาด ส่งผลให้ผู้ส่งออกสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน
4) ขอให้ภาครัฐร่วมกับมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทยส่งเสริมการใช้มันสำปะหลังพันธุ์ดี มีเปอร์เซ็นต์แป้ง/ผลผลิตสูง กระจายมันสำปะหลังพันธุ์ดีครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดของประเทศ 5) ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงเทคโนโลยีในการผลิต เช่า การเลือกพันธุ์มันที่เหมาะสม การเก็บเกี่ยวในระยะเวลาที่เหมาะสม และ 6) ผ่อนผันการบรรทุกหัวมันสำปะหลังของเกษตรกรเช่นเดียวกับการบรรทุกอ้อยของชาวไร่อ้อย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ส่งออกมันสำปะหลังเป็นห่วงในขณะนี้มากที่สุดก็คือ ปริมาณหัวมันสดที่ออกสู่ตลาดมากขึ้นจะส่งผลให้ราคาหัวมันสดลดต่ำลง ดังนั้นผู้ส่งออกมันสำปะหลังต้องการให้รัฐประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรชาวไร่มันชะลอการขุดหัวมันสด ดีกว่าจะใช้นโยบายเข้ามาแทรกแซงราคาเหมือนกับปีที่ผ่านมา มติชน วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2549
|