เปิดผลสอบจนท.อคส.ถึงขั้นไล่ออก
"ยรรยง"สั่งสอบเพิ่มอ้างให้ข้อมูลครบถ้วนก่อน ตั้งบ.ลูก"ปูนใหญ่-ช้าง-ซีพี-สหพัฒน์"สนร่วมทุน
นายยรรยง พวงราช รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด อคส. วันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการจัดตั้งบริษัท ไทยโกลบอลเทรด จำกัด ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เรียกชำระครั้งแรก 25% โดยการถือหุ้นช่วง 6-12 เดือนแรก เป็นการถือหุ้นโดย อคส. สัดส่วน 80% และธนาคารเพื่อการส่งออก (เอ็กซิมแบงก์) สัดส่วน 20% หลังจากนั้นจะเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าถือหุ้นและลดสัดส่วนการถือหุ้นของ อคส.ไม่น้อยกว่า 20-25% โดยภารกิจหลักคือการเปิดตลาดการค้าและส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ ซึ่งในขั้นตอนต่อไปคือการคัดเลือกผู้จัดการบริษัทก่อนเสนอความเห็นชอบต่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คาดว่าบริษัทจะดำเนินการได้ภายในเดือนตุลาคมนี้แน่นอน
นายยรรยงกล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่รับรองการคัดสรรผู้อำนวยการ อคส.คนใหม่ ซึ่งได้ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกแล้ว 2 คน โดยขอให้ 2 คนที่ผ่านการคัดเลือก มาให้วิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมอีกครั้งในการประชุมบอร์ด อคส.ครั้งหน้าในอีก 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังไม่สรุปผลการสอบวินัยกรณีเจ้าหน้าที่ 11 ราย เอื้อประโยชน์ในการคัดเลือกบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) โดยที่ประชุมขอให้สอบเพิ่มเติมในประเด็นการกระทำที่มีการติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับเซอร์เวเยอร์ให้ครบถ้วนขึ้น โดยให้มีการสรุปผลเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดในครั้งต่อไปเช่นกัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการทาบทามให้คาสิโนกรุ๊ป ฝรั่งเศส และเครือดาจองฮอง ฮ่องกง เข้ามาถือหุ้นในบริษัทลูก อคส. เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญและเครือข่ายของบริษัทนั้นๆ ในการพัฒนาบริษัทตั้งใหม่ นอกจากนี้ ยังมีเอกชนที่แสดงความสนใจจะเข้ามาถือหุ้นอีกจำนวนหนึ่ง ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) สหพัฒนพิบูล และเบียร์ช้าง
แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้กำลังเป็นที่จับตาดูผลการตรวจสอบทางวินัยของเจ้าหน้าที่ อคส.ทั้ง 11 ราย ซึ่งผลสรุปในเบื้องต้นพบการกระทำผิดทางวินัยใน 3 ระดับ มีโทษตั้งแต่ตักเตือน ลดเงินเดือน โยกย้าย และไล่ออก ซึ่งในกรณีไล่ออกมี 1-2 คน แต่ก็มีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงผลการตรวจสอบทางวินัยในบางรายที่มีโทษรุนแรงให้ลดลง โดยยกข้ออ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเซอร์เวเยอร์และผิดโดยไม่มีเจตนา
มติชน วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2549
|