ไอเอ็มเอฟแนะภูมิภาคเอเชีย เน้นพัฒนาบริการหนุนเศรษฐกิจ
วอชิงตัน - ไอเอ็มเอฟแนะชาติเอเชีย มุ่งเน้นการพัฒนาภาคบริการให้โตเท่าเทียมภาคอุตสาหกรรม เพื่อหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หลังปีที่แล้วเติบโตลดลง
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แถลงว่า การรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียให้อยู่ที่ระดับสูงต่อไปนั้น จำเป็นต้องอาศัยการโยกย้ายเศรษฐกิจออกจากภาคการเกษตร เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการมากยิ่งขึ้น
รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกรอบครึ่งปีของไอเอ็มเอฟ ชี้ว่า เศรษฐกิจเอเชียมีอัตราการเติบโตลดลงสู่ 8.2% ในปี 2548 โดยเศรษฐกิจเอเชียเคยได้รับแรงกระตุ้นจากการลงทุนในระดับสูง และจากประสิทธิภาพทางการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ภูมิภาคเอเชียยังมีระดับรายได้และการพัฒนาที่ห่างไกลจากประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจแล้ว
ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ปัญหาของเรื่องดังกล่าว อยู่ที่การกระตุ้นประสิทธิภาพการผลิตให้เติบโตขึ้นในภาคบริการ หลังจากที่การขยายตัวในด้านนี้เพื่อไล่ตามประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าได้หยุดชะงักลง และมีประสิทธิภาพการผลิตอยู่ที่ระดับเพียง 1 ใน 3 ของสหรัฐก็ตาม
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หากเอเชียมีประสิทธิภาพการผลิตในภาคบริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเท่ากับภาคอุตสาหกรรม ผลผลิตรวมในเอเชียก็อาจเติบโตสูงกว่านี้ 1.5%ต่อปี โดยการส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตในภาคบริการจะขึ้นอยู่กับการกระตุ้นการแข่งขัน ลดข้อกีดกัน ลดกฎระเบียบ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับทรัพยากรมนุษย์
นายรักหุราม ราจัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า รัฐบาลเอเชียควรส่งเสริมบรรยากาศที่กระตุ้นให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยผ่านทางการให้การศึกษาและเงินทุนแก่ประชาชน
นายราจัน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลควรเปิดให้มีการแข่งขันในภาคการเกษตร และภาคบริการทั้งกับบริษัทในประเทศและต่างประเทศ เพื่อที่ภาคบริการจะได้มีแรงกระตุ้นให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เหมือนที่ภาคการผลิตเคยประสบมาแล้ว
"ในจีนและอินเดียนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเป็นเกษตรกร และไม่ได้เป็นคนงานในสายการผลิต หรือเป็นพนักงานในศูนย์รับโทรศัพท์ ดังนั้นการทำให้ประสิทธิภาพการผลิตเติบโตขึ้นต่อไปจึงต้องอาศัยการโยกย้ายออกจากภาคเกษตร" นายราจัน กล่าวและว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศที่ยากจนในเอเชียยังคงทำงานในภาคเกษตร ดังนั้น นโยบายเศรษฐกิจจึงควรมุ่งเป้าไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในภาคเกษตร
กรุงเทพธุรกิจ 7 กันยายน พ.ศ. 2549
|