ไทยตกขบวนไม่ยอมลงนามเขตเศรษฐกิจพิเศษเกซอง
ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจ รายงานการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ร่วมกับรัฐมนตรีการค้าเกาหลีใต้ และประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ "ยกเว้นไทย" ได้ร่วมลงนามลดภาษีสินค้าที่ผลิตจากเขตเศรษฐกิจพิเศษเกซอง (Gaesong) เกาหลีเหนือ โดยประเทศสมาชิกยินดีให้การลดภาษีสินค้าจำนวน 900 รายการเพิ่มเติม ประเทศละ 100 รายการ ซึ่งผลิตจากเขตเกซอง โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในต้นปี 2550
ที่ผ่านมาไทยยังไม่สามารถลงนามความตกลงเรื่องการลดภาษีกับเกาหลีใต้ ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรี (FTA) อาเซียน-เกาหลีใต้ได้ เนื่องจากยังไม่พอใจข้อเสนอการเปิดตลาดสินค้าของเกาหลีใต้ ภายหลังที่เกาหลีใต้ขอถอนสินค้าข้าวออกจากรายการลดภาษี โดยอ้างว่าเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวของเกาหลีใต้ และไม่ให้ข้อเสนอในการชดเชยที่เหมาะสมกับไทย
"แม้เกาหลีใต้จะอ้างว่าข้าวเป็นสินค้าเกษตรที่อ่อนไหว ต้องถอนออกจากการลดภาษี แต่ข้าว เป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออก ดังนั้นเกาหลีใต้ต้องชดเชยสินค้าเกษตรรายการอื่นแทน เช่น ไก่ ผลไม้ หรือให้การยอมรับมาตรฐานสินค้าเกษตรไทย เพื่อให้ไทยสามารถส่งสินค้าเกษตรไปยังเกาหลีได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการเจรจาชดเชยสินค้าระหว่างกัน แต่คงจะหารือกันในเร็วๆ นี้" นางอภิรดีกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อไม่มีการลงนามกรอบดังกล่าว ไทยจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเอฟทีเออาเซียน-เกาหลีได้ โดยในทางปฏิบัติจะต้องยึดหลักตามกรอบแหล่งกำเนิดสินค้า กล่าวคือ สินค้าที่ผลิตจากเกาหลีจะยังไม่ได้รับการลดภาษีจากไทย ส่วนสินค้าไทยก็จะไม่ได้รับการลดภาษีตามกรอบนี้เช่นเดียวกัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาอุปสรรคในการบรรลุข้อตกลงตามกรอบเอฟทีเออาเซียน-เกาหลีของไทยนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความขัดแย้งของภาคเอกชนไทย
ซึ่งยังไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับรายการสินค้าที่จะลดภาษีเพิ่มเติมให้กับสินค้าที่ผลิตจากเกซอง จำนวน 100 รายการ กล่าวคือ ผู้ประกอบการสินค้าสำเร็จรูปส่วนหนึ่งเห็นว่าการลดภาษีให้กับสินค้าชิ้นส่วนจากเกซอง จะทำให้ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อมาผลิตสินค้าสำเร็จรูปมีต้นทุนต่ำกว่า
ขณะที่ผู้ประกอบการสินค้ากลุ่มวัตถุดิบเห็นว่าการลดภาษีให้กับสินค้าจากเกซอง จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมวัตถุดิบในประเทศไทย ซึ่งทางคณะเจรจาจะต้องรวบรวมความคิดเห็นจากทั้งสองฝ่ายมาประมวลผล เพื่อให้ได้ประโยชน์จากการเจรจามากที่สุด
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2549
|