คลังเตรียมเปิดเสรีสินค้าเขตอาฟต้า 80%กว่า 5 พันรายการ

"สศค."เตรียมหารือภาคเอกชน รับมือการเปิดเสรีสินค้าตามกรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) เป็น 80% ของสินค้ากว่า 5,000 รายการ แต่เอกชนไทยต้องพร้อมรองรับการแข่งขัน

นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเร่งหารือกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการเปิดเสรีสินค้าตามกรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 80 ของรายการสินค้าทั้งหมดที่ต้องเปิดเสรี 5,505 รายการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไทยได้เปิดเสรีสินค้าไปแล้วร้อยละ 60 ของรายการสินค้าทั้งหมด ซึ่งการเปิดเสรีสินค้าเพิ่มขึ้นนั้น เป็นไปตามข้อตกลงอาฟต้าที่ประเทศสมาชิกทุกประเทศต้องปฏิบัติตาม โดยกำหนดให้เปิดเสรีภายในต้นปี 2550 นี้ และต้องเปิดเสรีครบทุกรายการภายในปี 2553

ทั้งนี้ การเปิดเสรีสินค้าเพิ่มเติมนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องหารือถึงความพร้อมว่า ภาคเอกชนมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด เพราะที่ประชุมอาเซียนได้มีความชัดเจนแล้วว่าจะเปิดเสรีสินค้าในบางประเทศในปี 2550 ไม่ใช่เป็นปี 2551 ตามที่มีข่าวออกมา ดังนั้น ภาคเอกชนต้องเตรียมตัวรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ส่วนจะเป็นการเปิดเสรีในสินค้าใดบ้างนั้น ยังไม่สามารถกำหนดรายละเอียดได้ เพราะต้องให้ภาคเอกชนมีความพร้อมก่อนที่จะประกาศได้

นอกจากนี้ ไทยยังขยายการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรกับประเทศสมาชิกใหม่ในกรอบอาฟต้า คือ กัมพูชา สปป.ลาว และสหภาพพม่า เพิ่มขึ้นจากเดิม ทั้งการขยายประเภทของสินค้า และอัตราภาษีที่ยกเว้นให้ จากเดิมที่ครบกำหนดในวันที่ 31 ธ.ค. 2549 ก็ขยายเป็น 31 ธ.ค. 2552 หรือมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2550 - 31 ธ.ค. 2552 แม้ว่าจะทำให้รายได้ของกรมศุลกากรลดน้อยไปบ้าง แต่เป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านขยายตัว เกิดการค้าของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อรวมกับสินค้าเดิมที่ให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรไปก่อนหน้านี้แล้ว จะรวมเป็นสินค้ากว่า 1,500 รายการ

นายนริศ กล่าวอีกว่า ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ อีกมาก ทั้งในเรื่องของการขอขยายสัมปทานประมงในประเทศอินโดนีเซีย การให้มาเลเซียยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้า ในเรื่องของสิทธิพิเศษทางภาษีรถยนต์ การแก้ไขปัญหาเรื่องของแหล่งกำเนิดสินค้า หรือกลไกในการระงับข้อพิพาท ซึ่งจะนำไปเสนอต่อที่ประชุมคณะมนตรีกรอบการค้าเสรีอาเซียน ครั้งที่ 20 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 21 ส.ค.นี้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย


กรุงเทพธุรกิจออนไลท์ 2 สิงหาคม 2549

มูลนิธิชีวิตไท เลขที่ 86 ซอยลาดพร้าว 110 (สนธิวัฒนา แยก 2) วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 02-9352981-4 แฟ็กซ์.02-935 2980