สมาคมจับมือทำเรื่องเสนอ"สมคิด" ผู้ส่งออกร้องจ๊ากจำนำข้าวตันละหมื่น
หนาวกันไปทั่ว หลังรัฐบาลประกาศนโยบายรับจำนำข้าวเอาใจรากหญ้าตันละ 12,000 บาท ส่งผล 3 สมาคมข้าว ทั้งผู้ส่งออก-โรงสี-ชาวนาไทย เปิดหารือร่วมกันโดยด่วน เตรียมทำหนังสือถึงกระทรวงพาณิชย์ แจกแจงราคารับจำนำสูงเกินไป ขณะที่ข้าวหอมไทยแพงกว่าข้าวหอมเวียดนาม ถึง 150 เหรียญเข้าไปแล้ว ด้าน ธ.ก.ส ฉวยจังหวะเทขายข้าวจำนำเข้ามาอีก 700,000 ตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในเร็วๆ นี้ สมาคมผู้ส่งข้าวออกฯ-สมาคมโรงสีข้าวไทย และ สมาคมชาวนาไทยจะหารือร่วมกันกรณีที่รัฐบาลประกาศจะยกระดับราคารับจำนำข้าวปี 2549/2550 ขึ้นไปถึง 12,000 บาท/ตัน หรือ ประมาณ 600 เหรียญ/ตัน FOB ซึ่งจัดเป็นราคาข้าวต้นทุนที่สูงมาก จะส่งผลกระทบให้ผู้ส่งออกไทยไม่สามารถไปขายแข่งขันกับประเทศอื่นได้โดยเฉพาะ เวียดนาม หลังการหารือสิ้นสุดลงทั้ง 3 สมาคมจะทำหนังสือร่วมกันเพื่อชี้แจงผลกระทบที่เกิดจากนโยบายข้างต้นในกระทรวงพาณิชย์พิจารณา
ที่สำคัญในปี 2550 รัฐบาลเวียดนามมีนโยบายจะเพิ่มพื้นที่การปลูกข้าวหอมเป็น 7-8 ล้านไร่ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งออกข้าวหอมให้ได้ประมาณ 500,000 ตัน จากปัจจุบันส่งออกข้าวหอมเพียงไม่กี่หมื่นตันต่อปี ขณะที่ประเทศไทยส่งออกข้าวหอมปีละประมาณ 1.2-1.3 ล้านตัน/ปี เท่ากับว่า หากเวียดนามส่งออกข้าวหอมเพิ่มขึ้นเพียง 100,000 ตันก็กระทบกับไทยแล้ว
ที่ผ่านมา แม้ข้าวรัฐบาลจะมีราคาสูงขึ้น แต่ผู้ส่งออกข้าวยังคงขายข้าวในตลาดโลกได้เป็นเพราะ ได้รับอานิสงส์จากการที่ประเทศจีนผลิตข้าวบริโภคภายในไม่เพียงพอ จึงหันมาสั่งซื้อข้าวจากประเทศไทยจำนวนมาก ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2549 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2548 ปริมาณการส่งออก ข้าวเหนียว ไปตลาดจีนพุ่งสูงถึง 804% หรือประมาณ 88,680 ตัน เทียบกับช่วง 6 เดือนแรกของปี 2548 ส่งออกได้ประมาณ 9,801 ตันเท่านั้น
ขณะที่ปริมาณการส่งออก ข้าวหอมมะลิก็ยังพุ่งสูงขึ้นไปกว่าช่วง 6 เดือนแรกของปี 2548 เช่นกัน โดยปริมาณการส่งออกข้าวหอมมะลิไปตลาดจีนสูงขึ้นไปประมาณ 35.6% หรือประมาณ 11,181 ตัน ในราคาสูงขึ้นไปถึง 530 เหรียญ/ตัน หากคิดเป็นปริมาณข้าวรวมทุกชนิดที่ส่งไปขายตลาดจีนช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 85% หรือประมาณ 300,271 ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2548 ส่งไปตลาดจีนได้ประมาณ 161,578 ตัน ขณะที่ราคาข้าวหอมปทุมธานี 1 ก็ปรับตัวสูงตามขึ้นไปถึง 400 กว่าเหรียญ/ตัน
"จีนชอตข้าวในปีนี้ช่วยข้าวไทยไว้ได้มาก แต่เหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกปีและตอนนี้เริ่มมีท่าทีว่า จีนเริ่มหันไปมองดูข้าวหอมของเวียดนามบ้างแล้ว เนื่องจากราคาข้าวหอมของเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 380 เหรียญ/ตัน ถูกกว่า ราคาข้าวหอมมะลิไทยประมาณ 150 เหรียญ/ตัน แม้คุณภาพของข้าวหอมของเวียดนามจะไม่สามารถเทียบชั้นได้กับข้าวหอมมะลิของไทยก็ตาม ส่งผลให้ข้าวหอมเวียดนามที่เคยขายอยู่ที่ราคา 330-340 เหรียญ/ตัน ขยับขึ้นมาอีก 40-50 เหรียญ/ตัน" นายชูเกียรติกล่าว
อย่างไรก็ตามสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ ต้องการให้รัฐบาลคงราคารับจำนำข้าวไว้ที่ 10,000 บาท/ตัน ไม่ควรเพิ่มสูงกว่านี้ และให้หาทางเพิ่มสวัสดิการด้านอื่นช่วยชาวนา เช่น ลดต้นทุนในเรื่องปุ๋ยและยา เพราะการปรับราคารับจำนำข้าวที่สูงมาก ในระยะยาวหากตลาดเป็นของผู้ซื้อ ไทยจะลำบาก โดยเฉพาะ ตลาดจีน หากมีผลผลิตบริโภคภายในเพียงพอ ทำให้ซื้อข้าวจากไทยน้อยลง ปริมาณข้าวในโกดังของภาครัฐจะเหลือมหาศาล ซึ่งเป็นภาระที่หนักในระยะอนาคต
ล่าสุด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเปิดประมูลข้าวเปลือกหอมมะลิในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปี 2548/2549 ประมาณ 700,000 ตันที่เก็บในยุ้งฉางเกษตรกร ทั้งเพื่อส่งออกและขายในประเทศ โดยมี คณะกรรมการระดับจังหวัด เป็นผู้จัดการประมูล เมื่อได้ราคาที่เสนอซื้อแล้วก็จะส่งมายังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้คณะกรรมการระบายข้าวต่อรองราคาต่อไป คาดว่า ราคาที่จะขายได้ไม่น่าต่ำกว่าตันละ 9,300-9,700 บาท ซึ่งเป็นราคาที่กระทรวงพาณิชย์ขายได้ในการประมูลครั้งที่ผ่านมา หลังจากนั้นกระทรวงพาณิชย์จะเปิดประมูลข้าวเปลือกหอมมะลิที่เหลือจากการประมูลครั้งที่ผ่านมากว่า 400,000 ตันด้วย
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2549
|