ใครได้-ใครเสีย เมื่อรอบโดฮา "ล่ม"
ผลกระทบต่อสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และต่อประเทศสมาชิก
อุตสาหกรรมเนื้อ - อุตสาหกรรมเนื้อของสหรัฐ เป็นหนึ่งในผู้สูญเสีย เพราะผลกำไรของอุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับระดับความสามารถในการส่งออกที่จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีทวิภาคี (เอฟทีเอ) อาทิ กับเกาหลีใต้ จะช่วยขยายตลาดส่งออก แต่การเจรจารอบโดฮาที่ล้มเหลว อาจส่งผลให้มีนักการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับการทำเขตการค้าเสรีแม้แต่ในกรอบทวิภาคีกับเกาหลีใต้ เพิ่มมากขึ้น
ฝ้าย - การใช้จ่ายในโครงการด้านการเกษตรของสหรัฐ โดยเฉพาะกรณีของฝ้าย เป็นประเด็นที่กลุ่มชาวไร่ฝ้ายของแอฟริกันโจมตีอย่างเด่นชัดที่สุด เพราะพวกเขามองว่า เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ได้รับการอุดหนุนอย่างมาก ยิ่งกว่านั้น กว่าที่คำตัดสินขององค์การการค้าโลกกรณีการใช้จ่ายในโครงการฝ้าย และสินค้าเกษตรอื่นๆ ของสหรัฐจะเห็นผล คงจะต้องใช้เวลาหลายปี
ข้าว - กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวขนาดกลางของสหรัฐจะได้รับประโยชน์จากการขยายตลาดส่งออกข้าวได้มากขึ้น จากข้อตกลงเอฟทีเอ และให้ความสำคัญกับเวทีทวิภาคี มากกว่าพหุภาคี
ข้าวโพด - ในขณะที่ผู้ผลิตข้าวโพดของสหรัฐจะได้รับประโยชน์จากการเจรจารอบโดฮา แต่กลุ่มที่ได้ประโยชน์มากกว่าจะตกอยู่กับกลุ่มอุตสาหกรรมเนื้อ ดังนั้นกลุ่มอุตสาหกรรมข้าวโพด จึงหันมาเสี่ยงกับอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน มากกว่าจะฝากความหวังกับการส่งออกสินค้าเกษตร
ถั่วเหลือง - อยู่ในสถานะเดียวกับกลุ่มข้าวโพด อุตสาหกรรมข้าวโพดของสหรัฐ อยู่ในจุดที่จะได้ประโยชน์หากมีการเปิดตลาดส่งออกอาหารสัตว์ ในทำนองเดียวกัน สินค้าเกษตรประเภทนี้กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น จากผลของการผลักดันโครงการไบโอดีเซลของรัฐบาลและมลรัฐต่างๆ
น้ำตาล - นโยบายที่มีจำกัดทางการค้าในหลายประเทศ การเจรจาในรอบโดฮาจะไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับสินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหวประเภทนี้มากนัก ซึ่งทางเดียวที่จะนำไปสู่การปฏิรูปนโยบายน้ำตาล คือ ดำเนินการผ่านกฎหมายเกษตรฉบับใหม่ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะบรรลุผลดังกล่าว
บราซิล - เจ้าหน้าที่การค้าของบราซิลเข้ามาเดินเกมมากเกินไปในการเจรจารอบโดฮา แต่การเจรจาที่ชะงักงันครั้งนี้กลับทำให้บราซิลเสียโอกาสมากกว่าจะได้ โดยเฉพาะมีรายการสินค้าประเภทเนื้อสัตว์และพืชที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงเพิ่มมากขึ้น
อินเดีย - เหตุผลหลักประการหนึ่งที่ทำให้รอบโดฮาล่ม ก็คือ อินเดียยืนกรานจะปกป้องสินค้าเกษตรที่ได้รับความคุ้มครองต่อไป สถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้นักการเมืองในประเทศ เป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ไม่ใช่ประชาชน เพราะไม่มีโอกาสได้อะไรในตลาดสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมที่ถูกปิดกั้นการแข่งขัน
ออสเตรเลีย - เป็นหนึ่งในฝ่ายสูญเสีย เพราะอุตสาหกรรมเกษตรที่มีการบิดเบือนทางการค้าน้อย และขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ของออสเตรเลียจะต้องเผชิญภาวะยากลำบากจากตลาดที่มีการกีดกันทางการค้าสูงในต่างประเทศ
ฝรั่งเศส - ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของนักการเมืองและเกษตรกรในฝรั่งเศส ที่ยังคงรักษาสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการที่เป็นมิตรกับเกษตรกร และการคุ้มครองโดยรัฐต่อไป
เยอรมนี - เป็นหนึ่งในประเทศที่มีโอกาสสูญเสียจากภาวะชะงักครั้งนี้ เพราะเยอรมนีอยู่ในจุดที่จะได้ประโยชน์จากความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มมากขึ้น หากรอบโดฮาผ่านฉลุย
ญี่ปุ่น - สินค้าเกษตรที่ได้รับการคุ้มครองและมีกำแพงภาษีสูงจะหายใจโล่งมากขึ้นจากสถานการณ์การเจรจาในปัจจุบัน แต่ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมผิดหวัง เพราะพลาดโอกาสที่จะเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศกำลังพัฒนา
สินค้าอุตสาหกรรม และการผลิตอื่นๆ - อาจเป็นกลุ่มที่สูญเสียมากที่สุด จากความล้มเหลวของรอบโดฮา
ที่มา : เรียบเรียงเนื้อหาจากเว็บไซต์ www.agweb.com
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
|