ไทยดึง ดา จอง ฮอง ผลักดันสินค้าอาหาร ผัก ผลไม้ เจาะตลาดจีน
ไทยดึงบริษัท ดา จอง ฮอง ผลักดันสินค้าอาหาร ผัก ผลไม้ และธุรกิจสปาไทย หวังเข้าเจาะตลาดจีนให้มากขึ้น มั่นใจหากมีความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนทั้ง 2 ฝ่าย
ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมบริษัท ดา จอง ฮอง ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาระบบขนส่งแบบครบวงจรในเมืองฮ่องกงและมาเก๊าว่า บริษัท ดา จอง ฮอง ยินดีที่จะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับประเทศไทยที่จะเป็นผู้กระจายสินค้าไทย เช่น ผักผลไม้ อาหาร และสปา ในตลาดฮ่องกงและมาเก๊าให้กับไทยอย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะตั้งสำนักงานเพื่อประสานกับนักลงทุนไทยที่จะอำนวยความสะดวกให้กับไทย และได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเร่งประสานเพื่อลงไปดูปริมาณผลผลิตผลไม้ไทยไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มะม่วง มังคุด และอื่น ๆ เพื่อจะได้ป้อนให้กับบริษัท ดา จอง ฮอง ให้นำสินค้าไทยดังกล่าวมากระจายในตลาดจีนต่อไป
“บริษัท ดา จอง ฮอง ยินดีที่จะช่วยไทยและพร้อมที่จะเข้ามาพัฒนาระบบขนส่งสินค้าให้กับไทย โดยในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า บริษัทจะนำทีมมาเมืองไทยเพื่อลงมาดูปริมาณผลไม้ของไทยในแต่ละชนิด ก่อนที่จะนำมาพัฒนากระจายให้ตลาดจีน ซึ่งการแข่งขันทางการค้าในตลาดจีนขึ้นอยู่กับ 2 แนวทางใหญ่ คือ ระบบการประสานงานระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล โดยตรงนี้ไม่น่าเป็นห่วงภาครัฐทั้ง 2 ฝ่าย ถึงกันอยู่แล้ว แต่ระบบการแข่งขันในตลาดจะโดยเอกชนทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องมีคนกลางมาประสานเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่าย สามารถหารือและทำธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น” ดร.สมคิด กล่าว
ดร.สมคิด กล่าวอีกว่า แนวทางการแข่งขันการค้าใน 3 ตลาดใหญ่ คือ ฮ่องกง มาเก๊า และกวางโจว จะต้องเข้าถึงผู้นำเข้ารายใหญ่ในพื้นที่ให้มากที่สุด และลดการพึ่งพาผู้นำเข้ารายเก่าและผู้ส่งออกเพื่อลดต้นทุนของไทยที่จะส่งออกสินค้ามาทั้ง 3 ตลาดให้น้อยลง รวมถึงเร่งหาตลาดโดยนำสินค้าไทยเข้าไปวางจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้า เช่น ห้างคาร์ฟูร์ โลตัส และซีพี ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้หารือร่วมกับผู้ว่าฮ่องกง มาเก๊า และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ มณฑลกวางตุ้ง ที่นำคณะมาเยือนในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีที่ผู้บริหารของจีนยินดีที่จะลดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งสินค้าไทยมาตลาดจีนให้น้อยลง จึงเชื่อว่าอนาคตการส่งสินค้าไทยมายังตลาดจีนจะมีความรวดเร็วมากขึ้นอย่างแน่นอน
“ไทยกำลังมองว่ามาเก๊าเป็นจุดที่เหมาะสมอีกแห่งหนึ่งที่จะเป็นพื้นที่ส่งออกสินค้าไทยมายังตลาดมาเก๊าเพราะมาเก๊าวันนี้และมองว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีเศรษฐกิจใหญ่ไม่แพ้ฮ่องกง โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวและใช้บริการไม่ต่ำกว่า 18 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน ในปีหน้า ดังนั้น หากไทยสามารถเจาะตลาดมาเก๊าได้ โดยสินค้าอาหาร ผัก ผลไม้ไทย น่าจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน” ดร.สมคิด กล่าว
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 26 กรกฎาคม 2549
|