แฉชาติร่ำรวยทุ่มแสนล้านอุ้มเกษตรกร

ดับบลิวทีโอเปิดโปง 21 ชาติร่ำรวย ทุ่มเงิน 250,000 ล้านดอลลาร์ อุ้มผู้ประกอบการในประเทศ โดยเฉพาะภาคเกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุให้การเจรจาเปิดเสรีการค้าโลกระหว่าง 6 ชาติแกนนำดับบลิวทีโอล่าสุดล่ม ด้าน "ลามี" เตือนชาติพัฒนาแล้วต้องมีความกล้าหาญทางการเมืองในการลดความช่วยเหลือภาครัฐ

องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) เผยผลการศึกษาพบว่า รัฐบาลต่างๆ ใช้จ่ายเงินในรูปเงินอุดหนุน โดยเฉพาะเงินช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศเป็นมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2548 ในจำนวนดังกล่าว เป็นการอุดหนุนโดยประเทศพัฒนาแล้ว 21 ชาติ มูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์

หากคิดเป็นสัดส่วน จะพบอัตราการใช้จ่ายด้านการอุดหนุนในประเทศ เทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของชาติกำลังพัฒนา อยู่ระดับต่ำกว่าของชาติพัฒนาแล้วอย่างมาก

รายงานระบุว่า มีรัฐบาลไม่กี่ชาติที่แจ้งข้อมูลการใช้จ่ายเงินอย่างครบถ้วน แม้มีข้อผูกมัดกับดับบลิวทีโอเพื่อสร้างความโปร่งใส
ที่ผ่านมา ดับบลิวทีโอพยายามเรียกร้องให้ชาติร่ำรวยลดการอุดหนุนภาคเกษตร โดยเฉพาะสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อช่วยให้สินค้าจากชาติกำลังพัฒนาแข่งขันได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การประชุมระหว่าง 6 ชาติแกนนำดับบลิวทีโอ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบรรลุกรอบข้อตกลงเปิดเสรีการค้าโลกรอบโดฮา เมื่อวันอาทิตย์ (23 ก.ค.) ต้องล้มเหลว เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องการเปิดเสรีสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม และความขัดแย้งด้านการลดการอุดหนุนภาคเกษตรระหว่างสหรัฐและอียู

รายงานของดับบลิวทีโอระบุว่า แม้การอุดหนุนจากภาครัฐบาลอาจช่วยพลิกฟื้นตลาดที่ล้มเหลวและบรรลุเป้าหมายเชิงสังคม แต่ความช่วยเหลือดังกล่าวก็อาจบิดเบือนการค้าและกระตุ้นให้ชาติคู่ค้าเปิดมาตรการตอบโต้

"ขณะที่การอุดหนุนบางอย่างเอื้อประโยชน์กับสังคม แต่ก็อาจส่งผลลบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อีกทั้งการอุดหนุนแบบอื่นๆ อาจสร้างความเสียหายได้" นายปาสกัล ลามี ผู้อำนวยการดับบลิวทีโอระบุและว่า หนึ่งในการประเด็นการเจรจาสำคัญของข้อตกลงรอบโดฮา เกี่ยวพันกับการลดการอุดหนุนซึ่งมีผลบิดเบือนการค้า พร้อมไปกับการกระตุ้นให้รัฐบาลต่างๆ ใช้ช่องทางสนับสนุนอื่นเพื่อนำไปสู่การปกป้องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา

"ชาติร่ำรวยจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นและความกล้าหาญทางการเมืองในการตัดสินใจลดการช่วยเหลือภาครัฐบาล" นายลามีระบุ
รายงานชี้ว่า ชาติคู่ค้ามีความวิตกกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับรัฐบาลที่ใช้จ่ายเงินในภาคเศรษฐกิจบางภาค ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ผลิตในประเทศได้รับประโยชน์ และได้เปรียบด้านการแข่งขันในตลาดระหว่างประเทศ

"ไม่ว่าการใช้วิธีอุดหนุนเช่นนี้ จะเป็นเรื่องยุติธรรมหากมองในแง่สวัสดิการชาติหรือไม่ ความจริงก็คือหากผลกระทบเชิงการค้าถูกมองว่าส่งผลรุนแรงต่อตลาด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การให้การอุดหนุนดังกล่าวก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นการกระทำที่ไร้ค่า" รายงานระบุและว่า กฎระเบียบด้านการอุดหนุนภายในของดับบลิวทีโอ มีเป้าหมายที่การสร้างสมดุลระหว่างการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง กับการใช้การช่วยเหลือที่ส่งผลบิดเบือนตลาด


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 25 กรกฎาคม 2549

มูลนิธิชีวิตไท เลขที่ 86 ซอยลาดพร้าว 110 (สนธิวัฒนา แยก 2) วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 02-9352981-4 แฟ็กซ์.02-935 2980