ล้างบาง"ส.ค.1"บิน กรมที่ดินฉีกทิ้งต้นขั้ว2ล.แปลง
กรมที่ดินเปิดปฏิบัติการเชิงรุกครั้งใหญ่ หวังแก้ปมปัญหาออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบแบบถอนรากถอนโคน อธิบดี "พีรพล ไตรทศาวิทย์" ออกโรงเอง ออกคำสั่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ทำลายทิ้งต้นขั้ว ส.ค.1 และ น.ส.3 ที่แปลงเป็นโฉนดแล้ว 2 ล้านแปลงทั่วประเทศ สกัดพวกเห็นแก่ได้นำไปสวมรอยออกเอกสารสิทธิซ้ำซ้อนในพื้นที่อื่น หลังกลุ่มทุนไทย-ต่างชาติรวมหัวคนรัฐฮุบป่า-ชายหาดหนักข้อ ย้ำ 2 ปีต้องเคลียร์ให้สิ้นซากทั้ง 2 ล้านฉบับ จับตาร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก ส.ค.1 เป็นหมันหลังถูกเบรก
ดร.พีรพล ไตรทศาวิทย์ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนได้สั่งการให้สำนักงานที่ดินจังหวัดและสำนักงานที่ดินสาขาทั่วประเทศสำรวจสารบบ ส.ค.1 และ น.ส.3 ที่ผู้ถือครองที่ดินนำมายื่นขอออกโฉนดที่ดินแล้วแต่สำนักงานที่ดินยังคงจัดเก็บต้นขั้วเอกสารดังกล่าวไว้ในสารบบปกติ โดยไม่ได้มีการครอสทิ้ง (cross - ทำเครื่องหมายขีดคร่อมทำลาย) เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่สุจริตหรือประพฤติมิชอบใช้เป็นช่องทางในการฉกฉวยหาผลประโยชน์ โดยนำต้นขั้ว ส.ค.1 และ น.ส.3 ไปออกโฉนดที่ดินซ้ำซ้อนในพื้นที่สงวนหวงห้ามของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่า ที่ดินสาธารณประโยชน์ ฯลฯ จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา
ล่าสุดคือกรณีออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในพื้นป่ากะปง จังหวัดพังงา พื้นที่ป่า ภูเขา และชายทะเล จังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างนายทุนทั้งไทยและต่างชาติ เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
จากการประมาณการพบว่าน่าจะมี ส.ค.1 และ น.ส.3 ที่นำไปยื่นออกโฉนดเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ถูกขีดคร่อมทำลายทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 2 ล้านแปลง ตนจึงกำชับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินให้เร่งทำเครื่องหมายขีดคร่อมเอกสารดังกล่าว เพื่อปิดช่องทางไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่กรมที่ดินหาประโยชน์ในส่วนนี้ได้อีก ขณะเดียวกันก็ช่วยป้องกันแก้ไขปัญหา ส.ค.1 บิน ไปสวมสิทธิออกโฉนดในที่ดินแปลงอื่น
เนื่องจากปัญหา ส.ค.1 บิน มาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือนำไปออกโฉนดไปแล้ว ตอนเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเดินสำรวจออกโฉนด โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า ไม่มี ส.ค.1 แต่ทำกินอยู่ แล้วให้เจ้าหน้าที่ออกโฉนดให้ ตัวเองก็เก็บ ส.ค.1 ไว้ แล้วเอาไปขายต่อ เพื่อนำไปสวมสิทธิในที่ดินแปลงอื่น อีกสาเหตุอยู่ในสำนักงานที่ดิน เมื่อทำลายทิ้งอาจจะเอาไว้อ้างในทางทะเบียนได้ แต่ถ้าครอส หรือกาแดงแล้ว จะไม่สามารถนำไปออกเป็นโฉนดได้อีก หากดำเนินการเสร็จเรียบร้อย มั่นใจว่าปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจะลดน้อยลง
"ตราบใดที่นั่งอยู่ตรงนี้ผมจะพยายามจัดระบบจัดระเบียบ 1.ไม่ปกป้องข้าราชการที่ไม่ดี 2.อะไรที่พบว่าเป็นความผิดหรือเป็นการกระทำที่มิชอบ ถ้าเป็นที่ดินก็เพิกถอนเลย และ 3.เวลานี้สั่งให้ทุกสำนักงานเคลียร์ขยะให้หมด เพราะขยะในบ้านเค้าต้องรู้ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ทำกันจริงๆ จังๆ"
นายพีรพลกล่าวว่า ในการขีดคร่อมทำลายต้นขั้ว ส.ค.1 และ น.ส.3 ทั้ง 2 ล้านฉบับทั่วประเทศ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภาย ใน 2 ปีนับจากนี้ไป โดยกรมที่ดินจะจัดสรรงบประมาณค่าจ้างล่วงเวลาให้สำนักงานที่ดินสาขาแต่ละแห่งจัดเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและดำเนินการนอกเวลาราชการ อาจเป็นช่วงเย็นหรือวันเสาร์วันอาทิตย์ เนื่องจากในเวลาราชการสำนักงานที่ดินเกือบทุกแห่งมักจะมีงานล้นมืออยู่แล้ว เพราะงานปกติของกรมที่ดินมีมากกว่าหน่วยงานอื่นๆ บางแห่งมีประชาชนมาติดต่อใช้บริการตลอดวัน
สาเหตุที่ต้องเร่งขีดคร่อม ส.ค.1 และ น.ส.3 เป็นเพราะตนมองว่าจริงๆ แล้ว ส.ค.1 และ น.ส.3 จะต้องลดปริมาณลงเรื่อยๆ หลังผู้ถือครองที่ดินนำเอกสารทั้ง 2 ประเภทไปยื่นขอออกโฉนดกับกรมที่ดิน แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น เห็นได้จากปัจจุบัน น.ส.3 ไม่ได้มีปริมาณลดลงเท่าที่ควรจะเป็น
นายพีรพลกล่าวว่า ในทางปฏิบัติการออกโฉนดที่ดินมี 2 แนวทาง คือการไปยื่นขอออกโฉนดกับสำนักงานที่ดิน เรียกว่าออกโฉนดเฉพาะราย และการเดินสำรวจออกโฉนด โดยกรมที่ดินจะส่งทีมเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางลงไปเดินสำรวจ แล้วออกโฉนดให้ผู้ที่ถือครองที่ดิน
หลังออกโฉนดเสร็จเรียบร้อยก็จะทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานที่ดิน ว่า ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ก. ฉบับนั้นๆ มีการออกโฉนดแล้ว สำนักงานที่ดินก็จะต้องครอสต้นฉบับที่อยู่ที่สำนักงานที่ดิน คือฆ่าทิ้ง แต่ที่ผ่านมาไม่มีการครอสทิ้งเลย ค่อนข้างเป็นอันตราย เพราะใช้เป็นช่องทางหาประโยชน์ได้
"เค้ามีตัวโฉนด มีสารบบโฉนดว่าฉบับนี้มีที่มาจาก น.ส.3 ฉบับไหน แล้วยังมีต้นฉบับของการเดินสำรวจที่ส่งกลับไปอีก ว่านี่คือสิ่งที่ผมออกไปแล้วนะ แต่เมื่อก่อนคุณเดินหน้าทำงานไปเรื่อยๆ ไม่ได้เคลียร์ขยะเลย อันนี้มีคำสั่งไปแล้ว หลายจังหวัดลงมือทำแล้ว อยู่ที่ใครขยันเก็บ แล้วผมยังส่งเบี้ยเลี้ยงไปให้ด้วย เพราะต้องทำโอที"
นายพีรพลกล่าวต่อว่า การทำลายต้นฉบับ ส.ค.1 และ น.ส.3 คนที่มีจิตใจทุจริตคงไม่อยากทำ เพราะเอาไว้หากินได แต่ตนต้องการให้เคลียร์เอกสารเหล่านี้ เพราะเห็นว่าอันตราย บินไปที่โน่นที่นี่ได้ นี่คือการทำลายการบินอย่างหนึ่งของ ส.ค.1
ส่วนมาตรการยกเลิก ส.ค.1 ยังยกเลิกไม่ได้ แม้ร่างกฎหมายจะผ่านพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว โดยเพิ่มกระบวน การตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ ให้การนำ ส.ค.1 มาออกโฉนด ต้องมาแจ้งภายใน 180 วัน จะได้ตรวจสอบว่าอยู่ในเกณฑ์ออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากผ่านระยะเวลา 180 วันไม่แจ้ง ก็ต้องไปร้องศาล ป้องกัน ส.ค.1 บิน แต่หลายฝ่ายวิตกว่าจะมีปัญหาวุ่นวายจึงชะลอเรื่อง และจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง
ด้านแหล่งข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผยว่า ช่วงตั้งแต่ปี 2444 ซึ่งมีการออกโฉนดที่ดินครั้งแรก จนถึงเดือนมีนาคม 2549 ที่ผ่านมากรมที่ดินออกเอกสารสิทธิให้กับผู้ถือครองที่ดินแล้วทั้งสิ้น 30,035,080 แปลง คิดเป็นเนื้อที่ 125,401,053 ไร่ แยกเป็นโฉนดที่ดิน 23,618,513 แปลง เนื้อที่ 88,047,714 ไร่ น.ส.3 ก. 4,823,091 แปลง เนื้อที่ 23,925,628 ไร่ น.ส.3 จำนวน 1,354,604 แปลง 11,311,667 ไร่ และใบจอง 238,872 แปลง เนื้อที่ 2,088,142 ไร่
ก่อนหน้านี้กรมที่ดินเคยพยายามแก้ไขปัญหาความคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่ดิน โดยสั่งการให้สำนักงานที่ดินดำเนินการเคร่งครัดในการขีดคร่อมหลักฐานที่ดินเดิมที่นำมาออกโฉนด และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ได้แก่ น.ส.3 ก. น.ส.3 น.ส.3 ข. ใบจอง และ ส.ค.1 แต่ปรากฏว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างได้ผล เนื่องจากสถิติหลักฐานที่ดินไม่ได้ลดลงอย่างที่ควรจะเป็น
ขณะเดียวกันข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับปริมาณเอกสารสิทธิประเภทต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานในกรมที่ดินก็ยังมีปริมาณสูงมากผิดปกติและแตกต่างกันอย่างมาก อย่างเช่นปี 2545 สำนักงานมาตรฐานงานทะเบียนที่ดินระบุว่า มีใบจอง 165,292 แปลง ส.ค.1 จำนวน 6,158,942 แปลง แต่สำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญระบุว่า จากการสำรวจพบว่ามีใบจอง 350,044 แปลง ส.ค. 1 จำนวน 2,834,231 แปลง เป็นต้น
สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาออกเอกสารสิทธิที่ดินเกาะสมุย หลังอธิบดีกรมที่ดินมอบหมายให้นายประทีป เจริญพร รองอธิบดีกรมที่ดิน ลงพื้นที่ร่วมกับคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เบื้องต้นพบว่าเจ้าหน้าที่ออกโฉนดที่ดินบ้างส่วนผิดพลาด คลาดเคลื่อน จึงได้โยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าประจำการ 1 ราย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา และตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง นอกจากนี้ วันที่ 21 กรกฎาคมได้มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่อีก 2 ราย ที่ปฏิบัติงานบกพร่องเข้าประจำกรมเช่นเดียวกัน และหากพบรายใดปฏิบัติงานบกพร่องอีกก็จะดำเนินการโดยเฉียบขาดต่อไป
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
.
|