ไม่มีการเจรจา FTAไทย-US แต่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค

ท่ามกลางกระแสความสับสนว่าไทยและสหรัฐ กำลังจะเตรียมการเจรจาจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีระดับทวิภาคี (free trade area หรือ FTA) นอกรอบ ภายหลังจากที่การเจรจาต้องหยุดชะงักไป เนื่องจากเกิดสุญญากาศทางการเมืองในไทย "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สัมภาษณ์ นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ถึงความชัดเจนของการเจรจา FTA

ความคืบหน้าในการเจรจา FTA ไทย-สหรัฐ

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ระดับเจ้าหน้าที่ไปจัดเตรียมข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับประเด็นที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ในการเจรจา FTA ไทย-สหรัฐที่มีอยู่ เพื่อเตรียมกรอบสำหรับการหารือร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ ตามนโยบายของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้หารือร่วมกับ นางซูซาน ชว็อป ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐเมื่อวันที่ 8-14 กรกฎาคม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นว่าควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค แต่จะไม่ใช่การเจรจา FTA เนื่องจากรัฐบาลไทยเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ การเจรจาจะเริ่มดำเนินได้ต่อเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

การเตรียมกรอบการหารือครั้งนี้ไม่ใช่การเจรจานอกรอบ เพราะการเจรจาจะต้องรอรัฐบาลใหม่สั่งการให้มีการเจรจาหรือไม่ การหารือเป็นเพียงการศึกษาข้อเท็จจริง ขณะนี้คณะเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐ ฝ่ายไทยไม่มีแล้ว ผมไม่ได้ทำในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา แต่ดำเนินการเรื่องนี้ในฐานะปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตอนนี้ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ไปตีกรอบให้ชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นหารือที่เป็นเรื่องทางเทคนิคที่ยังติดค้างอยู่ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา หรือการค้าบริการ เป็นต้น และที่สำคัญจะไม่มีการตกลงหรือดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพัน หรือเกี่ยวข้องกับนโยบายแต่อย่างใด

เงื่อนไขที่ต้องเจรจาให้จบภายในต้นปี 2550

ขณะนี้ไม่มีเงื่อนไขระยะเวลาใดๆ ฝ่ายไทยมองว่าไม่จำเป็นต้องยึดเงื่อนเวลาว่าจะต้องเจรจา FTA ให้จบก่อนที่กฎหมาย trade promotion authority (TPA) ซึ่งให้อำนาจในการเจรจาการค้ากับประธานาธิบดีสหรัฐ จะหมดอายุลงในกลางปี 2550 เพราะนั่นถือเป็นเรื่องของสหรัฐ แต่ประเด็นที่ไทยจะต้องมองคือ เราจะมีรัฐบาลใหม่เมื่อไหร่ และการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการเจรจา FTA ไทย-สหรัฐอย่างเป็นทางการจะต้องเกิดขึ้นภายใต้ความเห็นชอบของรัฐบาลใหม่ ซึ่งหากรัฐบาลใหม่ไม่เห็นชอบให้มีการเจรจาต่อ ไทยคงไม่เจรจาต่อ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ที่จะต้องให้แนวทางกับคณะเจรจาต่อไป

หาก FTA ไทย-สหรัฐต้องยืดเยื้อออกไป

ไทยจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อคงความร่วมมือทางการค้าการลงทุนระหว่างกันไว้ โดยจะหันไปเจรจาหารือเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกัน ทั้งนี้การหารือจะเป็นไปในเชิงความร่วมมือ ไม่ใช่การเจรจาที่แยกส่วนออกมาจาก FTA แต่จะเรียกความร่วมมือนี้ว่า roadmap หรือชื่ออื่นอย่างไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับผลการหารือของทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง ขณะนี้ในระดับนโยบายของทั้งสองฝ่ายเห็นชอบกันแล้วว่า จะให้ความร่วมมือกัน ทำให้ระดับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการต้องมาหารือกัน ซึ่งการร่วมมือนี้จะต่างจาก FTA เพราะต้องอาศัยบทบาทจากภาคเอกชนให้ร่วมดำเนินการมากกว่า FTA

ในการหารือนั้นไม่ได้ระบุว่าจะต้องอยู่ภายในกรอบของ FTA หรือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (economic partnership agreement หรือ EPA) เพราะไม่ว่าจะเป็นความตกลงประเภทไหน หากต้องมีการลงนามหรือมีผลผูกพันก็ต้องดำเนินการตามหลักการ แต่อาจจะมีการขยายขอบเขตจากข้อตกลงทางการค้า การลงทุน เพิ่มเป็นความร่วมมือด้านต่างๆ


ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
.

มูลนิธิชีวิตไท เลขที่ 86 ซอยลาดพร้าว 110 (สนธิวัฒนา แยก 2) วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 02-9352981-4 แฟ็กซ์.02-935 2980