ร่วมปกป้อง รักษาข้าว เท่ากับเป็นการรักษาวัฒนธรรม
ปกป้องจิตวิญญาณ คำสั่งสอน และภูมิปัญญา
ที่เกี่ยวพันธ์กับข้าวในวิถีชีวิตของคนไทย

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว...

คำบอกกล่าวที่พรรณนาถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ยิ่งไปกว่านั้นยังบ่งบอกให้รู้ว่า ข้าวผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวนาและคนไทยมาเนิ่นนาน เป็นดั่งภาพสะท้อนแห่งเรื่องราววัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตและสังคมไทย

แผ่นดินไทย แผ่นดินข้าว
ประเทศไทยมีการปลูกข้าวมานานนับศตวรรษ และถือว่าเป็นประเทศที่มีการเลือกปลูกข้าวพันธุ์ที่มีคุณภาพดีนับตั้งแต่อดีต ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินและความหลากหลายของพันธุ์ข้าวที่ได้รับการพัฒนามาโดยตลอด ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งในโลก ปัจจุบันข้าวนับเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ
ภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่มีการปลูกข้าวหอมมะลิขายเป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุด ข้าวหอมมะลิ เป็นข้าวเจ้าพันธุ์พื้นเมืองของไทย ข้าวหอมมะลิชั้นเลิศต้องเป็นข้าวหอมมะลิที่ปลูกที่ทุ่งกุลาร้องไห้

ความเชื่อและศรัทธา
เมื่อการทำนากลายเป็นสิ่งไม่แน่นอน ภายใต้สภาวการณ์ทางธรรมชาติที่ปรวนแปร
ชาวนาจึงยึดอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรืออำนาจเหนือธรรมชาติ จึงเกิดเป็นความเชื่อในเรื่องแม่โพสพ แม่คงคา พิธีขอฝน พิธีบูชาแม่โพสพ ทำขวัญข้าว ฯลฯ รวมทั้งเป็นที่มาของคติชาวบ้านประเภทต่างๆ เช่น นิทานพื้นบ้าน สุภาษิต เทพนิยาย

เมล็ดพันธุ์ สายพันธุ์ข้าว
* เกษตรกร คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ คัดเลือกและการเก็บรักษาความหลากหลายของข้าวพื้นบ้าน
* ในอดีตประเทศไทยเคยมีพันธุ์ข้าวหรือมีความหลากหลายของพันธุ์ข้าวพื้นบ้านมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คาดว่าแต่เดิมเคยมีพันธุ์ข้าวพื้นบ้านอยู่มากถึง ๑๐๐,๐๐๐ สายพันธุ์
* สายพันธุ์ข้าวที่หลากหลาย สืบเนื่องมาจากลักษณะทางกายภาพและวัฒนธรรมที่ส่งผลให้มีการปลูกใช้ประโยชน์และอนุรักษ์พันธุ์ข้าวหลากหลาย
* พื้นที่ปลูกข้าวในประเทศไทยมีประมาณ ๖๓ – ๖๖ ล้านไร่ ความต้องการในการใช้เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดประมาณ ๑.๑ – ๑.๒ ล้านตันข้าวเปลือกต่อปี
* การเปลี่ยนแปลงระบบการปลูกข้าวพื้นบ้านแบบดั้งเดิม มาสู่ระบบการผลิตแผนใหม่ที่ใช้พันธุ์ข้าวลูกผสม ส่งผลให้ข้าวพื้นบ้านที่เหมาะสมกับระบบการผลิตแบบดั้งเดิมและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ถูกทำลายลง
* วิธีเก็บรักษาพันธุ์แบบชาวบ้าน คือต้องปลูก
* ธนาคารเมล็ดพันธุ์ของชาวบ้าน คือไร่นา

จุดเปลี่ยนแห่งเมล็ดพันธุ์
* ข้าวยุคปฏิวัติเขียว ได้แก่ การพัฒนาข้าว HYV ข้าวไฮบริด พื้นที่ ๖๐ %- ๗๐ % ของโลกปลูกข้าว HYV ข้าวเชิงเดี่ยว
* ข้าวในยุคปฏิวัติยีน ได้แก่ ข้าวซุปเปอร์ไรท์ ข้าวมหัศจรรย์ที่ให้ผลผลิตสูง เพื่อจะแก้ไขปัญหาความอดอยากบนโลก
* ข้าวพันธุ์ไฮบริด ข้าวจีเอ็มโอและรหัสพันธุกรรมข้าวบนโลกได้ถูกจดสิทธิบัตรโดยบรรษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ จำนวนมากกว่า ๖๐๐ – ๙๐๐ สายพันธุ์ เช่น ไบเออร์ อาเวนติส ซินเจนต้า มอนซานโต้ ดูปองค์ เป็นต้น
* เมล็ดพันธุ์ข้าวที่จดสิทธิบัตรโดยบรรษัทข้ามชาติ ชาวนาจะต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัททุกๆปี เพื่อการผลิตและจำหน่าย ซึ่งจะถูกกำหนดและควบคุมโดยบริษัท

กว่า ๔๐ ปี ของการผลิตข้าวในรูปแบบการค้าเสรี
* นำเข้าสารเคมี ปุ๋ยเคมี มีมูลค่ามากถึง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี
* เราขายข้าวได้มากขึ้น ปีหนึ่งส่งออกกว่า ๘ ล้านตัน รายได้เข้าประเทศกว่า ๗.๕ พันล้านบาท
* เจ็บป่วยจากการใช้สารเคมี สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม
* มีข้าวปลอมปนมากขึ้น คุณภาพแย่ลง
* คอรัปชั่นและเอารัดเอาเปรียบจากระบบทุน ขณะเดียวกันภาคเกษตรกรกำลังจะถูกต้อนเข้าสู่ระบบควบคุมโดยบรรษัทข้ามชาติ
* ชาวนาไทยถูกกระตุ้นให้ปลูกข้าวเพื่อส่งออกขาย ข้าวไทยมีวางขายทั่วโลก ทั้งในอเมริกา ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ชาวนาเพื่อนบ้านเราในประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอื่นๆ ต้องล้มละลาย
* ลูกหลานชาวนาไม่ต้องการสืบทอดอาชีพชาวนา เพราะเห็นว่ายากจน

อนาคตการผลิตข้าว เพื่อการค้าเสร
* เทคโนโลยีการผลิตจะมีราคาสูงขึ้น จากกฎหมายสิทธิบัตรที่ผลักดันโดยธุรกิจอาหารและการเกษตร ผ่านข้อตกลงการค้าเสรีภายใต้ WTO, FTA
* เมล็ดพันธุ์ทาส จากการกดดันให้ยอมรับข้าวจีเอ็มโอ ข้าวไฮบริด โดยบริษัทข้ามชาติ
* ถูกครอบงำการผลิตและค้าข้าวโดยธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชาวนาในประเทศใดก็มีสิทธิล้มละลายได้อย่างเท่าเทียมกัน

สิทธิเกษตรกร เพื่ออธิปไตยทางอาหาร
* ร่วมกันปกป้องสิทธิเกษตรกร ในการการเก็บรักษา แลก เปลี่ยน และพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่เป็นหัวใจในการผลิตพืชผลทางการเกษตร โดยมุ่งเน้นให้ชาวนาเป็นศูนย์กลางในการเก็บรักษาและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ภายในชุม
* คุ้มครองสิทธิเกษตรกร เพื่อรักษาอธิปไตยทางอาหารของชาติ คัดค้านการจดสิทธิบัตรพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์โดยกลุ่มธุรกิจอาหารและการเกษตร รวมทั้งคัดค้านข้อตกลงทางการเกษตรภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี ที่จะครอบงำการผลิตทางการเกษตรและคุกคามต่ออธิปไตยทางอาหารของเกษตรกรและประเทศชาติ
* ต่อต้านระบบการค้าที่ไม่เป็นธรรม กฎหมายสิทธิบัตรพันธุ์พืชที่ผลักดันโดยบรรษัทข้ามชาติ ซึ่งนำไปสู่การผูกขาด ละเมิดสิทธิเกษตรกรและทำลายความมั่นคงอาหารของประเทศ
* ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาความอุดมสมบูรณ์ในสภาพแวดล้อม จะช่วยให้ชุมชนมีความมั่นคงทางอาหารและสามารถพึงพาตัวเองในปัจจัยการผลิตได้
* เสริมสร้างองค์ความรู้ภายในชุมชน ส่งเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งขององค์กรชาวนาทุกระดับและให้ความสำคัญของสิทธิชาวนา โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมภายในชุมชน มีการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์ทางด้านการผลิตและยุทธวิธีของกลุ่มธุรกิจทางการเกษตร ทั้งระบบพันธะสัญญาและเทคโนโลยีจากภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลเสียจากการปลูกข้าวจีเอ็มโอและข้าวไฮบริด ที่มีธุรกิจการเกษตรเป็นเจ้าของสิทธิบัตร
* สนับสนุนการผลิตหรือเกษตรกรรมยั่งยืน โดยการลด ละ เลิกการใช้สารเคมี เพื่อความปลอดภัยทางด้านอาหาร

ขอเชิญร่วมกันช่วยเหลือชาวนาไทย

“ กินข้าวอินทรีย์ ดีต่อสุขภาพ
ช่วยเหลือชาวนา รักษาสิ่งแวดล้อม ”

ข้าวอินทรีย์ : วิถีชีวิตชาวนาสุรินทร์

ข้าวทุกเมล็ดปลูกโดยชาวนาสมาชิกสหกรณ์เกษตรอินทรีย์กองทุนข้าวสุรินทร์ ชาวนาผู้ค้นหาทางเลือกในการผลิตแบบใหม่นี้ ทำให้พวกเขาสามารถพลิกผืนดินอันเคยเสื่อมโทรมให้อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาใหม่ ทั้งยังมีความหวังที่จะฟื้นฟูฐานะของครอบครัวเกษตรกรให้มั่นคงกว่าการทำเกษตรที่ใช้สารเคมีทุกขั้นตอนเหมือนที่ผ่านมา

ข้าวอินทรีย์ปลูกอย่างไร

ข้าวอินทรีย์เป็นข้าวที่ปลูกโดยไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงใดๆ ทุกขั้นตอนการผลิต
นาอินทรีย์มีเป้าหมายในการคืนความสมบูรณ์ให้แก่ผืนดิน โดยการปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุทั้งปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกและปุ๋ยพืชสด
ต้นข้าวจากนาอินทรีย์จึงมีกอใหญ่ รวงข้าวสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด ส่วนโรคและแมลงในนาข้าวจะถูกควบคุมโดยศัตรูตามธรรมชาติ เช่น แมงมุม กิ้งก่า กบ นก และแมลง ตัวห้ำ ตัวเบียน
นาอินทรีย์เป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำ ช่วยปรับสมดุลของระบบนิเวศน์ ผลผลิตที่ได้จึงเป็นข้าวคุณภาพสูง อุดมไปด้วยคุณค่าอาหาร ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้ผลิตและผู้บริโภค

* คำนิยามของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (International Federation of Organic Agriculture Movements หรือที่ชื่อย่อว่า IFOAM) ซึ่งได้ให้ความหมายของเกษตรอินทรีย์ไว้ว่า

“ระบบการเกษตรที่ผลิตอาหารและเส้นใยด้วยความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยเน้นที่หลักการปรับปรุงบำรุงดิน การเคารพต่อศักยภาพทางธรรมชาติของพืช สัตว์ และนิเวศการเกษตร เกษตรอินทรีย์จึงลดการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอก และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ เช่น ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช และเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามประยุกต์ใช้ธรรมชาติในการเพิ่มผลผลิต และพัฒนาความต้านทานต่อโรคของพืช และสัตว์เลี้ยง หลักการเกษตรอินทรีย์นี้เป็นหลักการสากลที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ-สังคม ภูมิอากาศ และวัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วย”
.

มูลนิธิชีวิตไท เลขที่ 86 ซอยลาดพร้าว 110 (สนธิวัฒนา แยก 2) วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 02-9352981-4 แฟ็กซ์.02-935 2980