ผลกระทบจากเอฟทีเอ ต่อเกษตรกรไทย

* จากข้อตกลงทางการเกษตร (Agreement on Agriculture) สู่ ข้อตกลงเขตการค้าเสร

ก่อนหน้าที่รัฐบาลไทยจะมีนโยบายในการทำจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศต่างๆ เช่น กับออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกานั้น ประเทศไทยได้เปิดเสรีการเกษตรภายใต้ข้อตกลงทางการเกษตร(Agreement on Agriculture ) ในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization - WTO) ในปี พ.ศ.2537 โดยมาตรการหลัก 3 ด้าน ที่ถูกกำหนดขึ้นภายใต้กรอบการเปิดเสรีขององค์การการค้าโลก ประกอบด้วย

(1) การเปิดตลาด หมายถึง การลดอัตราภาษีนำเข้า และการเปลี่ยนมาใช้มาตรการโควตาภาษีแทนการจำกัดการนำเข้า
ซึ่งจะทำให้มีการกำหนดโควตาการนำเข้าสินค้าเกษตรจำนวน 23 รายการ เช่น ข้าว กระเทียม ถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว
์ โดยหากปริมาณการนำเข้าไม่เกินกว่าปริมาณโควตาที่กำหนดจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำ แต่หากนำเข้าเกินกว่าปริมาณโควตาที่กำหนดจะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นหรือมีการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ

(2) การลดการอุดหนุนภายในประเทศ หมายถึง การลดงบประมาณที่ใช้ในการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร รวมถึงสินเชื่อต่างๆ ที่ก่อให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาดและราคา

(3) การลดการอุดหนุนการส่งออก หมายถึง การลดงบประมาณที่ใช้ในการส่งเสริมการส่งออก เช่น เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยเพื่อการส่งออก (Packing credit) ทั้งนี้ หากประเทศใดไม่มีได้ให้การอุดหนุนอยู่ก่อนแล้วก็จะไม่สามารถให้การอุดหนุนได้ ดังกรณีของประเทศไทยที่ไม่ได้แจ้งการอุดหนุนการส่งออกจึงทำให้เสียสิทธิในการอุดหนุนการส่งออกไปโดยปริยาย

ในกรณีการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีนั้น จะมีการเจรจากันเฉพาะ การเปิดตลาด เท่านั้นแต่ไม่รวมถึงการลดการอุดหนุนภายใน และการอุดหนุนการส่งออก ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ในกรณีที่จัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศที่มีการอุดหนุนเป็นจำนวนมากเช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น กฎหมายการเกษตรและการลงทุนในชนบทของสหรัฐอเมริกา (Farm Security and Rural Investment Act 2002) ทำให้มีการอุดหนุนภาคเกษตรเป็นมูลค่ากว่า 180,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7.2 ล้านล้านบาท ไปจนถึงปี พ.ศ.2554 และจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ส่งออกหลักถูกลง เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง มีราคาต่ำมาก

ตัวอย่างข้อตกลงเขตการค้าเสรี

1. ข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-จีน มีผลแล้วในส่วนของสินค้าที่สามารถตกลงกันได้ก่อน (Early Harvest) คือสินค้าในหมวดผักและผลไม้ โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2546 เป็นต้นมา
สาระสำคัญของความตกลงครอบคลุมเรื่องการลดภาษีสินค้าผักและผลไม้ทุกรายการ ให้เหลือ 0% ตามพิกัดศุลกากรตอนที่ 07-08 (116 รายการ ตามพิกัดศุลกากร 6 หลัก)

ผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย
* ราคากระเทียมลดลงร้อยละ 35 กระทบต่อรายได้เกษตรกรประมาณ 70,000 ครอบครัวสูญเสียรายได้ประมาณ 875 ล้านบาท
* ราคาหอมหัวใหญ่ลดลงถึงร้อยละ 80 เกษตรกร 5 พันครัวเรือนสูญเสียรายได้ประมาณ 450 ล้านบาท
* ราคาหอมแดงลดลงร้อยละ 50 เกษตรกรกว่า 45,000 ครอบครัวสูญเสียรายได้กว่า 1,500 ล้านบาท

2. ข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 1 มกราคม2548)

สำหรับสินค้าเกษตรของประเทศไทยที่จะลดภาษีเป็นศูนย์ทันที ประกอบไปด้วย ธัญพืช เส้นใยใช้ในการทอ ครั่ง โกโก้ เป็นต้น

สินค้าเกษตรที่จะทยอยลดภาษีเป็นศูนย์ภายใน 2553 (5 ปี) ได้แก่ ผัก และผลไม้

สินค้าอ่อนไหวของไทย จะค่อยๆ ทยอยลดภาษีเป็นศูนย์ใน 10-20 ปี ได้แก่ นมข้น บัตเตอร์มิลค์ น้ำผึ้ง ส้ม องุ่น มันฝรั่งปรุงแต่ง ไวน์ แอลบูมิน เนื้อ นม หางนม เนย เนยแข็ง เครื่องในสัตว์ มันฝรั่ง น้ำตาล กาแฟ ข้าวโพด ชา นมและครีม
การเปิดเสรีดังกล่าวให้กับออสเตรเลียจะแลกกับการที่ออสเตรเลียลดภาษีสำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ชิ้นส่วนยานยนต์ การเปิดตลาดในธุรกิจซ่อมรถยนต์ บริการมือถือและดาวเทียม เป็นต้น

3. ข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-สหรัฐอเมริกา การเจรจากำลังดำเนินการอยู่โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2548 และจะลงนามได้ภายในปี 2549

ประเทศไทยต้องเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวโพด ถั่วเหลือง มันฝรั่ง และอื่นๆ แลกกับการที่สหรัฐจะลดการกีดกันการส่งออกไก่ กุ้ง และอาหารทะเลจากประเทศไทย
สหรัฐสามารถลงทุนในประเทศไทยในทุกด้าน รวมทั้งด้านการเกษตร และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โดยได้สิทธิเท่ากับคนไทยทุกประการ

อเมริกาเรียกร้องให้ไทยเปิดตลาดสินค้าจีเอ็มโอของสหรัฐ โดยต้องอนุญาตให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอในประเทศไทย รวมทั้งผลักดันให้ไทยยอมรับกฎหมายสิทธิบัตรในสิ่งมีชีวิต และยอมรับกฎหมายให้สิทธิผูกขาดเรื่องพันธุ์พืชตามมาตรฐานของสหรัฐ

ตารางแสดงการเปิดเสรีและผลกระทบต่อเกษตรกรสาขาอาชีพต่างๆ

ข้อตกลงเขตการค้าเสรี ชนิดของสินค้าเกษตร เปรียบเทียบราคา (บาท / กก .)[1] จำนวนครอบครัวเกษตรกร
ที่คาดว่าได้รับผลกระทบ
ราคาต่างประเทศ ราคาในประเทศ

ไทย - จีน

 

 

ผัก-ผลไม้เมืองหนาว ราคาต่างประเทศถูกกว่าโดยเฉลี่ย
2-4
50,000
หอมหัวใหญ่ 2 8-11 50,000
กระเทียม 20-30 30-50
หอมแดง 20 40

ไทย - ออสเตรเลีย
ไทย - นิวซีแลนด์

 

นมดิบ (ต้นทุน) 6-8 10-14 40,000
เนื้อ (เกรดต่ำ) 50-60 90-120 1,000,0000

ไทย - สหรัฐฯ

 

ข้าวโพด 4 4-6 300,000
ถั่วเหลือง 7-9 15-17 100,000


มูลนิธิชีวิตไท เลขที่ 86 ซอยลาดพร้าว 110 (สนธิวัฒนา แยก 2) วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทร. 02-9352981-4 แฟ็กซ์.02-935 2980